เรื่องย่อ ไฟรักอสูร


Pic_31965

ตอนที่ 18 (ต่อจากวานนี้)

"นายแก้วรู้ตัวมั้ยว่านายแก้วเอาแต่เรื่องเลวร้ายมาให้ฉัน จนทุกวันนี้ฉันแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง ฉันขอ...ขอได้ไหมนายแก้ว นายแก้วอย่าเข้ามาในทางชีวิตของฉันอีกเลย ฉันเจ็บช้ำมากพอแล้ว"

ตวงพรน้ำตาเอ่อ แก้วนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก ชูแหวนเพชร มาตรงหน้าเธอ

"แหวนของฉัน?"

"ใช่ครับ ผมจะไปเอายาเส้นในห้องนอนมามวนใบจากสูบ เจอมันอยู่ที่ใต้ตู้ ผมรู้ว่ามันมีราคามีค่ามากสำหรับคุณตวงพร ผมจะให้คนอื่นเอามาให้ผมก็ไม่ไว้ใจ ไม่สบายใจ ผมเลยเอามาให้คุณตวงพรด้วยตัวผมเองครับ"

ตวงพรกระอักกระอ่วน พยายามซ่อนความรู้สึกแท้จริง ในใจที่มีต่อแก้ว

"คุณตวงพรรับไปสิครับ"

"ฉัน...ฉันขอบใจมากนะนายแก้ว"

"หมดธุระของผมแล้ว ผมลาครับ" แก้วยกมือไหว้แล้วหันหลัง จู่ๆตวงพรร้องไห้หนักอย่างไม่มีเหตุผล แก้วถึงชะงัก ค่อยๆหันกลับมาอีก "ผมขอพูดกับคุณตวงพรอีกครั้งเถอะครับ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่ผมทำไป ผมเสียใจมาก และนับแต่วันนี้ ไปโปรดสบายใจได้ว่าผมจะไม่เข้ามาในทางชีวิตของคุณตวงพร อย่างเด็ดขาด สัญญาของลูกผู้ชายครับ ลาอีกครั้งครับ"

แก้วเดินจากไปโดยที่ตวงพรยังยืนร้องไห้...ส่วนวัฒนาที่นั่งมองทั้งคู่อยู่ในรถแต่แรก สีหน้าเครียดจัด จิตใจร้อนรุ่มสับสน ก้าวลงจากรถเดินเข้าไประเบิดอารมณ์ใส่ตวงพรที่ยังไม่ทันตั้งตัว

"ไอ้ผีนรกนั่นใช่มั้ย ที่มันตีหัวผมทำร้ายผมแล้วพาคุณไป...ถึงมันจะเป็นการเข้าใจผิด แต่มันก็ต้องมีความผิดตามกฎหมาย แค่มันทำร้ายผมบาดเจ็บสาหัส มันก็ติดคุกหัวโตแล้ว แต่นี่ยังมีคดีลักพาตัว หน่วงเหนี่ยวกักขัง แล้วชีวิตมันจะได้ ออกจากคุกมาดูโลกไหม ผมไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่แจ้งตำรวจ หรืออย่างน้อยร้องเรียกให้คนช่วย ผมจะได้แก้แค้นมันบ้าง"

"คุณ...คุณวัฒนาอยู่ตรงนั้นด้วยเหรอคะ"

"ก่อนที่คุณจะออกมายืนอำลาอาลัยกับไอ้เดนนรกนั่นอีก"

ตวงพรไม่ชอบใจ หน้าตึงขึ้นมาทันที "ฉันน่ะเหรอยืนอาลัยเขา"

"หรือคุณว่ามันไม่ใช่"

"คุณวัฒนาควรจะมองโลกอีกมุมบ้างนะคะ"

"แล้วมุมไหนที่คุณอยากให้ผมมอง ณ เวลานี้ไม่จำเป็นเรื่องความเกรงใจ ผมชอบประชาธิปไตย ทุกคนมีอิสระในความ
คิด ในคำพูด เชิญครับ โลกด้านไหนที่คุณตวงพรอยากให้ ผมมอง"

"มองคนในแง่ดีไงคะคุณวัฒนา"

"ไอ้ผีห่าซาตานตัวนี้น่ะเหรอ ถามหน่อยซิว่ามันมีความดีตรงไหนให้ผมมอง มันทำร้ายผม ฉกชิงเมียของผมไปต่อหน้า แล้วมันเอาไปกักขังหรือไปกกไว้ตั้งเป็นเดือน แล้วไอ้คนสถุลอย่างนี้เหรอ ที่คุณจะให้ผมมองมันในแง่ดี...หัวอกผม หน้าตาของผมในสังคมต่างหากที่คุณต้องหันมามอง คุณรู้ไหมว่า ทุกวันนี้ผมกำลังจะเป็นบ้า เพราะเมียผมไปมองไอ้คนต่ำทราม ไร้สกุลว่าเป็นคนดี ผมกำลังจะเป็นบ้า!"

ยิ่งพูด วัฒนาก็ยิ่งของขึ้น ตวงพรไม่อยากปะทะ เดินหนี เขาไปเงียบๆ เมื่อตาบทิพย์และมงคลกลับมาเจอวัฒนาในอาการหงุดหงิดหัวเสีย ไปสอบถามตวงพรจนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สองคนจึงช่วยกันตะล่อมห้อมห่อวัฒนา ไม่อยากให้คิดมากเกินไป ขอให้เดินสายกลาง แต่วัฒนานึกถึงหน้าตาและสังคมของตัวเองกว่าสิ่งใด จึงบอกว่าจะส่งตวงพรไปพักผ่อนที่เมืองนอก สักพัก

"อุ๊ย คุณวัฒนา ได้ไงคะ" ตาบทิพย์ค้านทันที กลัวสังคมจะมองว่าตวงพรหนีหน้า ไม่กล้าสู้ความจริง มงคลก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน อ้างว่ากิจการโรงเรียนกับสวนส้มที่เพชรบูรณ์ใครจะดูแล

"แล้วหน้าตาของผมที่มันยับเยินป่นปี้ล่ะครับ ใครจะมา รับผิดชอบ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว คุณหญิงกับคุณอาผู้ชายตอบผมได้ไหมครับว่า คุณน้ำตาลกลับมาจากเกาะบ้านั่นด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งกายและใจ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณน้ำตาลไม่ไปเมืองนอก ผมก็คงรับไม่ได้...ลาครับ"

วัฒนายกมือไหว้แผล็บก่อนหุนหันออกไป จนมงคลกับตาบทิพย์รับไหว้แทบไม่ทัน...แล้วค่ำนั้นเอง ตวงพรก็ไม่ยอมลงมากินข้าว ตาบทิพย์จึงสั่งสาวใช้ยกขึ้นไปให้ที่ห้อง และให้ สำรวจตรวจดูด้วยว่าลูกสาวของตนปวดหัวตัวร้อนหรือเปล่า จะได้โทร.ตามหมอมาดู

ตวงพรไม่ยอมกินอาหาร ยืนยันกับสาวใช้ว่าเธอไม่หิว แล้วเธอก็ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย สั่งสาวใช้ยกถาดอาหารลงไปเดี๋ยวนี้ แต่สาวใช้ยังพยายามตื๊อ

"ลองดูก่อนสิคะคุณน้ำตาล มีของฝากจากผู้ชายที่มาจากเกาะปั้นดาวด้วย"

ตวงพรชะงักนิ่ง ครั้นสาวใช้ผลุบออกไปตัวเปล่า ทิ้ง ถาดอาหารไว้ให้ ตวงพรเดินมาเปิดฝาครอบดู เห็นปลาทูต้มเค็ม อดนึกถึงกุ้งนางและแก้วไม่ได้...หลังจากนั่งนิ่งเป็นนาน ตวงพร ตัดสินใจเด็ดเดี่ยว หยิบกระดาษกับปากกามาเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้วัฒนา

กว่าวัฒนาจะได้รับจดหมายฉบับนี้ ตวงพรก็เดินทางออกจากบ้านไปแล้ว วัฒนาสะกดกลั้นความโกรธ แกะจดหมายอ่านต่อหน้าตาบทิพย์และมงคล

"ถึงคุณวัฒนา...ผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีของฉันในวันแต่งงาน ซึ่งถ้าไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณวัฒนาก็เป็นสามีของฉันทั้งทางกฎหมายและร่างกาย ด้วยความรู้สึกที่แท้จริง เราสองคน ต่างก็ไม่ได้มีความรู้สึกรักผูกพันกันมาก่อน เพราะฉะนั้นหนทางชีวิตคู่ของเราจึงยังหาบทสรุปที่แท้จริงไม่ได้ คุณวัฒนาต้องยอมรับความจริงข้อที่ว่า คุณรักหน้าที่การงาน สังคม หน้าตาของคุณมากกว่าอะไรอื่นทั้งสิ้น แม้แต่กับฉัน ผู้ซึ่งได้ชื่อว่ากำลังเป็นภรรยาของคุณ เคราะห์หรือโชคยังเข้าข้างฉัน ทำให้ฉันมีโอกาสได้กลับมาจากเกาะปั้นดาว แต่คุณกลับจะเสือกไสให้ ฉันไปอยู่เมืองนอก..."

อ่านถึงตรงนี้ วัฒนาไม่พอใจถึงกับเดินพล่าน

"ไปกันใหญ่แล้วคุณตวงพร คิดอะไรบ้าบอคอแตกยังงั้น ผมขอให้ไปเมืองนอกเพราะต้องการให้เรื่องมันซาลงกว่านี้"

"อ่านต่อดีกว่าค่ะคุณวัฒนา" ตาบทิพย์เร่ง ขณะที่มงคลก็ร้อนใจจะขอจดหมายมาอ่านเอง วัฒนาจึงลงนั่งอ่านต่อ

"...คุณแคร์แต่ความรู้สึกของคุณคนเดียว ส่วนฉัน... เยื่อใยสักนิดคุณก็ไม่เคยเหลือให้ ทางเดินของคุณ คุณเลือกเดินให้ฉันได้เห็นชัดแล้ว ทีนี้ก็เหลือทางเดินของฉันบ้าง ไม่ต้อง เป็นห่วงนะคะคุณวัฒนา เมื่อฉันตัดสินใจแล้ว ก็จะไม่มีวันถอยหลังอย่างเด็ดขาด ในซองจดหมายนี้ฉันได้ฝากแหวนแต่งงาน มาคืน เพื่อเราสองคนจะได้เป็นอิสระจากกันด้วยดี ฉันขอขอบคุณ ในมิตรภาพอันดีที่เราเคยมีให้ต่อกัน ลาก่อนค่ะคุณวัฒนา"

วัฒนาหันมองตาบทิพย์และมงคลด้วยสีหน้าเรียบเฉย วางจดหมายไว้ที่โต๊ะก่อนจะหยิบแหวนใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วผลุนผลันออกไปโดยไม่ลาตาบทิพย์และมงคล

ooooooo

ตวงพรมุ่งหน้าไปเกาะปั้นดาวตามที่หัวใจเธอเรียกร้อง แม้จะอยู่กินกับแก้วไม่นานด้วยความจำเป็น และถูกแก้วทำร้ายทารุณเธอต่างๆนานา แต่ด้วยสาเหตุที่แก้วเข้าใจผิดก็ทำให้เธอรู้สึกเห็นใจสงสาร และความสงสารนี่เองได้กลายเป็นความรักโดยที่เธอไม่รู้ตัว

เมื่อถึงเกาะปั้นดาว ตวงพรตรงไปหากุ้งนางที่โรงเรียน ขออนุญาตครูมะลิพากุ้งนางกลับบ้านก่อนเวลา พอกุ้งนางคว้า กระเป๋า โจ้ก็ทำท่าจะกลับด้วย แต่ครูมะลิไม่อนุญาต เพราะอยากให้พ่อแม่ลูกได้พบกันก่อน

หลังจากตวงพรพากุ้งนางกลับไปแล้ว ครูมะลิท่าทางยังงงไม่หาย คิดไม่ถึงว่าตวงพรจะกลับมาที่นี่อีก ครูนพจึงย้ำว่า...คุณตวงพรเธอคิดถูกแล้ว

"คิดถูกยังไงคะ" ครูมะลิยิ่งไม่เข้าใจ

"ก็หัวใจอยู่ที่นี่ เธอก็ต้องกลับมาอยู่กับหัวใจสิครับ"

"แล้วครูใหญ่ไปรู้ถึงหัวใจเขาได้ยังไง"

"เพราะผมเองก็มีความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ครูอยู่ ที่นี่ ผมจะไปอยู่ที่อื่นได้ยังไง"

ครูมะลิอึ้งไปด้วยความเขินอาย ที่ครูนพเผยความในใจ แบบไม่ทันตั้งตัว

ooooooo

แก้วแปลกใจที่เห็นกุ้งนางกลับจากโรงเรียนเร็วผิดปกติ แต่พอเห็นคนที่เดินตามหลังเข้ามา แก้วถึงกับ ตะลึงตะไล เพ่งแล้วเพ่งอีกว่าตนเองไม่ได้ตาฝาดไป

"ในนั้นต้มอะไร คุ้นๆ หอมจัง" เสียงตวงพรชัดแจ๋ว แก้วทั้งดีใจและตื้นตันใจ แทบพูดไม่เป็นภาษา

"เอ่อ...คือ...ปลาทูต้มเค็มครับ"

"วันนั้นที่เอาไปฝาก ฉันกินคนเดียวหมดเลย แล้ววันนี้ ฉันจะขอกินอีกได้มั้ย"

"ผม...ผมให้กินอีกไม่ได้แล้วครับ"

"เอ๊ะ นายแก้วไม่เคยใจดำกับฉันนี่ แล้วทำไมถึงไม่ยอมให้ฉันกินปลาทูต้มเค็มด้วยล่ะ"

"ผมกลัวว่า ถ้าคุณกินอิ่มแล้วคุณจะทิ้งผมไปอีก"

"แล้วถ้าฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทิ้งนายแก้วไปล่ะ"

"คุณก็กินได้ครับ กินได้จนชั่วชีวิตตาแก้วเลย"

ตวงพรยิ้มบางๆ เดินเข้ามาสารภาพอย่างไม่อาย "นายแก้วรู้มั้ยว่าฉันห้ามหัวใจฉันทุกๆวินาที ที่จะไม่รักนายแก้ว"

"แต่คุณก็ห้ามมันไม่ได้..."

"นายแก้วทำได้ยังไง ทั้งๆที่นายเป็นทั้งคนบ้า โหดร้าย ทารุณเหมือนอสูร ข่มเหงรังแกฉันสารพัด แล้วนายทำได้ยังไง ให้ฉันรักนาย"

"เพราะคุณรู้ดีว่าไม่มีใครรักคุณ ซื่อต่อคุณมากเท่าผม"

"แล้วน้ำหวาน พี่สาวคนเดียวของฉันล่ะ"

"คุณคือความดีทั้งหมดของอีหวาน...อ้าว เดี๋ยวนะฟืนหมด ผมไปเอาฟืนก่อน"

แก้วรีบเดินออกไปที่กองฟืน ตวงพรนึกสนุก วางมาดเป็นหวานที่โผงผางปากร้าย แว้ดใส่พร้อมกับคว้าท่อนฟืนทำท่าจะตีแก้ว จังหวะนี้เอง กุ้งนางวิ่งนำหน้าพวกแป้นเข้ามา เป้าถึงกับอ้าปากหวอ นึกว่าวิญญาณหวานเฮี้ยนมาหลอกหลอน ตวงพรหัวเราะ ทิ้งฟืนในมือวิ่งเข้าไปกอดเป้า เป้ายังร้องเอะอะโวยวาย ทุกคนเลยหัวเราะสนุกกันใหญ่

ooooooo

เกาะปั้นดาวได้ต้อนรับการกลับมาของตวงพรอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เธอมาด้วยความเต็มใจ และมาเติมเต็ม ชีวิตครอบครัวของแก้วให้สมบูรณ์ เธอทุ่มเทความรักให้กับกุ้งนางและแก้วอย่างสุดหัวใจ ก่อร่างสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวได้ในเวลาอันรวดเร็ว

จากที่แก้วมีเรือหาปลาแค่ลำเดียว แต่วันนี้แก้วมีเรือถึงเก้าลำ มีคนงานนับสิบ ทุกคนรักใคร่กลมเกลียว สินกับใจช่วยงานแก้วอย่างไม่รู้จักคำว่าเหนื่อย กุ้งนางกับแป้นช่วยกัน ทำบัญชี ส่วนเป้าก็เลิกทำข้าวหลามขาย ยอมมาเป็นแม่ครัวทำอาหารให้ทุกคนกิน ซึ่งทุกคนที่มีหน้าที่ ตวงพรจะจัดสรรเงินเดือนและเงินปันผลให้อย่างยุติธรรม ทุกคนจึงให้ความรัก และความเกรงใจตวงพรมาก

วันเวลาเหมือนจะติดปีกบิน...ตวงพรอยู่กินกับแก้วจนมีลูกสาวฝาแฝด กุ้งนางทั้งรักและเห่อน้องน่าดู ส่วนแป้น ยังครองตัวเป็นโสด ไม่มีทีท่าว่าจะลงเอยกับใคร ไม่ว่าจะใจ หรือสินที่ยังคอยตอแยอย่างมีความหวัง

นับวัน กิจการของแก้วก็ขยายต่อไปไม่หยุด แก้วปรึกษา กับตวงพรว่าจะซื้อที่ดินทำบ่อเลี้ยงกุ้งแบบธรรมชาติ ที่ไม่ต้องลงทุนมากนัก...หลังจากบ่อเลี้ยงกุ้งประสบผลสำเร็จ ทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ แก้วยังทำกระชังเลี้ยงปลากะพงและขยายออกไปจนใหญ่โต มีกำไรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแก้วยกความดีทั้งหมดให้ตวงพรที่เป็นทั้งสมองและกำลังเงินให้แก้วตั้งแต่แรก
ปัจจุบันครอบครัวของแก้วมีกิจการหลายอย่าง แต่ถึงแม้จะมีงานที่ต้องดูแลรับผิดชอบมากแค่ไหน แก้วกับตวงพรก็ยังมีเวลาหวานแหวว ลูกสาวฝาแฝดเพิ่งจะหัดเดินได้ไม่นาน ตวงพรก็ให้กำเนิดลูกชายฝาแฝด บ้านที่อยู่อาศัยจึงต้องขยับขยายให้ทุกคนอยู่สุขสบาย และยามใดที่แก้วมีเวลาว่างก็มักจะจับลูกๆฝึกเล่นลิเก ซึ่งเป็นความสุขอีกอย่างที่แก้วชอบเป็นชีวิตจิตใจ

นอกจากนี้ สิ่งหนึ่งที่แก้วกับตวงพรไม่เคยลืมและกระทำไม่เคยขาดทุกวันพระ ก็คือการพาครอบครัว และชักชวนทุกคนที่ใกล้ชิดไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้หวาน...
ooooooo