ประวิตรไม่น้อยใจ เด้งพัชรวาท สัมพันธ์รัฐเหนียว


Pic_32214

'พล.อ.ประวิตร' ยืนยัน ไม่น้อยใจเด้งน้องชาย 'พล.ต.อ.พัชรวาท' ย้ำ สัมพันธ์รัฐบาลไม่มีปัญหา เผย ยังไม่รู้นั่ง รมว.กลาโหมต่อหรือไม่ ขณะ 'พัชรวาท' สู้! ยื่นฟ้อง ป.ป.ช. ...

วันนี้ (10 ก.ย.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่รู้สึกน้อยใจที่ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกย้ายไปช่วยราชการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีภาย หลังถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดอาญา และผิดวินัยร้ายแรง กรณีการสลายการชุมนุมเมื่อช่วง 7 ตุลาคม 2551 ว่า ไม่มี ตนไม่ตอบ ขอให้ถามเรื่องงานของกระทรวงกลาโหม เมื่อถามว่า ยังปฏิบัติหน้าที่ รมว.กลาโหมต่อไป ในรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ ตนจะไปรู้ได้อย่างไร แต่ตอนนี้ยังโปรดเกล้าฯ ตนในตำแหน่งนี้อยู่ ซึ่งไม่ว่า ตนอยู่ตรงไหน ตนปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับ เมื่อถามว่า เป็นการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ตอบ ตนไม่รู้ สื่อคิดอย่างไรก็ถามเอง

เมื่อถามว่า มีข่าวว่า ท่านรู้สึกน้อยใจ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี เมื่อถามว่า ขณะนี้ความสัมพันธ์ระหว่าง กองทัพกับรัฐบาลยังดีอยู่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไร และไม่เห็นมีปัญหาอะไร เพราะตนถือว่า อยู่ในส่วนของรัฐบาล เมื่อถามว่า การลาออกจากตำแหน่งขอ ง พล.ต.อ.พัชรวาท จะส่งผลกระทบต่อการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมของกลุ่มเสื้อในวันที่ 19 ก.ย. หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การดูแลม็อบฝูงชนมีกฎหมายมีขั้นตอนในการดำเนินการ ดังนั้น ไม่ต้องห่วง ต้องทำไปตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ทำตามกฎหมาย

ส่วนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ วันเดียวกัน พล.ต.อ.พัชรวาท เป็นโจทก์ฟ้อง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ นายกล้านรงค์ จันทิก นายใจเด็ด พรไชยา นายประสาท พงษ์ศิวาภัยนายเมธี ครองแก้ว นายวิชา มหาคุณ และ นายวิชัย วิวิตเสวี ซึ่งเป็น ป.ป.ช. ที่เพิ่งชี้มูลความผิด เป็นจำเลยฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83 และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เรื่อง ป.ป.ช. มาตรา 125

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างเดือน ต.ค. 2551 ถึง ก.ย. 2552 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้รับข่าวจากสื่อมวลชน ว่าการปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 51 ได้มีการสั่งใช้กำลังกับประชาชน และคณะกรรมการสิทธิ์ฯ ได้มีมติที่ 27/2551 ชี้มูลว่าโจทก์กระทำผิด ต่อมาพวกจำเลยได้ร่วมกันวินิจฉัยชี้มูลความผิดว่าโจทก์ มีความผิดในการสั่งการปราบปรามผู้ชุมนุม และพวก จำเลย ได้ร่วมกันให้ข่าวอย่างมีพิรุธ ว่าคณะกรรมสิทธิมนุษยชน ได้ชี้มูลความผิดวินัย และอาญากับโจทก์ ทำให้โจทก์ ซึ่งเป็นนายตำรวจต้องพ้นจากหน้าที่ โดยไม่ต้องรอหนังสือรับรองจาก ป.ป.ช. และ ไม่ต้องรอต้นสังกัดอนุมัติ แสดงถึงเจตนาของพวกจำเลย ต้องการไล่โจทก์ออกจากราชการ ก่อนกำหนดเกษียณอายุราชการ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษ ศาลรับคำฟ้องไว้เพื่อไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 14 ธ.ค.เวลา 13.30 น. และนัดไกล่เกลี่ยวันที่ 2 ธ.ค.เวลา 09.00 น.

ไทยรัฐออนไลน์