ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้อง "ส.ทักษิณ" จำเลยคดีฆ่า "ไมเคิล เออร์วิน วันสเลย์" ชาวออสเตรเลีย หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบทุจริตโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย จ.นครสวรรค์ เมื่อ 10 มี.ค. 42..
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ย. ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้อง นายพิเชษฐ์ แก้วสามดวง หรือ ส.ทักษิณ จำเลยในคดีฆ่า นายไมเคิล เออร์วิน วันสเลย์ หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบบัญชีของบริษัทเซ้าท์สารธร แพลนเนอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบการทุจริตของโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2542
โดยศาลเห็นว่าโจทก์ไม่มีประจักษ์พยานที่ระบุว่าจำเลยกระทำความผิด ประกอบกับพยานโจทก์ที่เป็นพยานแวดล้อมให้การขัดกัน อันเป็นพิรุธ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย จึงพิพากษายกฟ้องแต่ให้ขังไว้ระหว่างฎีกา
ภายหลังเจ้าหน้าที่ราชทัณทัณฑ์ควบคุมตัว นายพิเชษฐ์ ไปขังไว้ใต้ถุนศาลอาญา เพื่อรอให้ญาติยื่นคำร้องขอยื่นประกันตัวต่อไป ซึ่งนายพิเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่าจะหลุดคดีนี้แน่นอน แม้ว่าฝ่ายโจทก์จะยื่นฎีกาต่อก็ตาม
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีฆ่านายไมเคิลนั้น ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 ก.ย.49 คดีที่พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์ และนายอดัม เออร์วิน วันสเลย์ บุตรชายนายไมเคิล ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายบุญพรรณ สุทธิวิริวรรณ , นายสมโชค สุทธิวิริวรรณ น้องชายนายบุญพรรณ , นายประดิษฐ์ ศิริวิริยะกุล กรรมการบริหารโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย และนายสมพงษ์ บัวสกุล หรือพงษ์ ปากพนัง ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานจ้างวาน ฆ่า และร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งศาลอาญา พิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 1 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.289 (4) และฐานเป็นผู้ให้การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกผู้อื่นกระทำผิด ตาม ม.86 และให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 2 และ 4 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.289 (4) และม.83 สำหรับจำเลยที่ 3 พิพากษาให้ยกฟ้อง
สำหรับคดีนี้เป็นข่าวครึกโครมเมื่อ 10 ปีก่อน เมื่อนายไมเคิล เออร์วิน วันสเลย์ หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบบัญชีของบริษัทเซ้าท์สารธร แพลนเนอร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบการทุจริตของโรงงานน้ำตาลเกษตรไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ ถูกคนร้ายประกบยิงเสียชีวิต ขณะนั่งรถตู้เดินทางเข้าไปตรวจสอบการทุจริตในโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย ต.หนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2542 หลังเกิดเหตุตำรวจนครสวรรค์ร่วมกับกองปราบปรามออกสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด กระทั่งสามารถจับกุมนายสมชาย ใจห้าว คนขี่รถจักรยานยนต์ให้มือปืน ซึ่งให้การว่า กรรมการบริหารโรงงานน้ำตาลเกษตรไทยได้จ้างวานนายบุญพรรณ สุทธิวิริวรรณ นายสมโชค สุทธิวิริวรรณ (น้องชาย) นายสมพงษ์ บัวสกุล หรือ พงษ์ ปากพนัง และนายสมชาย ใจห้าว จำเลย ร่วมในคดีนี้ ขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบยิงนายไมเคิล เสียชีวิต และให้การซัดทอดนายพิเชษฐ์ แก้วสามดวง หรือ ส.ทักษิณ ว่าเป็นคนใช้ปืน 11 มม.ระดมยิงเข้าใส่เหยื่อจนเสียชีวิต
ต่อมา ศาลอาญาได้พิพากษาเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2549 ให้จำคุกนายบุญพรรณ ตลอดชีวิต ประหารชีวิตนายสมโชค และนายสมพงษ์ ส่วนกรรมการโรงงานน้ำตาลเกษตรไทยไม่มีพยานหลักฐานชี้ชัดพิพากษาให้ยกฟ้อง ต่อมาตำรวจติดตามจับกุม ส.ทักษิณ และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล กระทั่งมีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2551
ไทยรัฐออนไลน์