บทสรุป
ภาวะเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร ประจำเดือนสิงหาคม 2009 พบว่าเสถียรภาพภายใน (internal stability) ยังคงเปราะบางโดย GDP ประจำไตรมาสที่ 2 ติดลบลงลึกกว่าไตรมาสแรก ขณะที่หากพิจารณาไตรมาสต่อไตรมาสการหดตัวเริ่มน้อยลง โดยที่ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนมิถุนายนเริ่มปรับตัวดีขึ้นชัดเจนเป็นครั้งแรก รวมถึงราคาที่อยู่อาศัยประจำเดือนกรกฎาคมก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนเช่นกันโดยราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยลดลงจากปีที่แล้วเหลือร้อยละ 12.1 จากปีที่แล้ว สำหรับอัตราเงินเฟ้อในเดือนกรกฎาคมกลับทรงตัวที่ระดับร้อยละ 1.8 หลังจากลดลงแรงในเดือนที่แล้วดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลงอีก ในส่วนของการว่างงานก็ยังคงเป็นปัญหาสำคัญในการบั่นทอนเสถียรภาพเศรษฐกิจเมื่อจำนวนผู้ว่างงานเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้นเป็น 2.44 ล้านคนส่งผลให้อัตราการว่างงานเพิ่มเป็นร้อยละ 7.8 ถือเป็นจำนวนผู้ว่างงานที่สูงที่สุดนับจากปี 1995 ในส่วนของนโยบายการเงินในเดือนสิงหาคม Bank of England ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Bank rate) ไว้ที่ร้อยละ 0.5 ต่อไปเป็นเดือนที่ห้า ขณะเดียวกัน ก็เพิ่มวงเงินรับซื้อตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชน (Asset Purchased Facility) เพื่อขยายฐานเงิน(Quantitative easing) ขึ้นอีก 50 พันล้านปอนด์รวมเป็นจำนวน 175 พันล้านปอนด์ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจอาจจะทรุดตัวลงอีกได้ ซึ่งส่งผลดีต่อการลดลงของอัตราผลตอบแทนระยะสั้นอย่างต่อเนื่ง แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านไปยังระบบเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง เมื่อยอดคงค้างสินเชื่อภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนยังหดตัวลงต่อเนื่อง ขณะที่เสถียรภาพภายนอก (external stability) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้การขาดดุลการค้าและบริการในเดือนมิถุนายนลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 42 เนื่องจากการหดตัวของการนำเข้าเร็วกว่าการส่งออก สำหรับค่าเงินปอนด์ในเดือนนี้มีความผันผวนเมื่อเงินปอนด์อ่อนค่าลงนับจากช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนเมื่อเงินปอนด์ไม่สามารถผ่านจุดต้านไปได้ ประกอบกับนัยของนโยบายการเงินและความกังวลเกี่ยวกับฐานะหนี้ภาครัฐ
แหล่งข่าว ryt9.com