นายกฯถึงพัทยา ไร้ม็อบ เปลี่ยนนั่งรถแทนฮ.




นายกรัฐมนตรี ถึงพัทยาฉลุย ใช้ขบวนรถยนต์แทนเฮลิคอปเตอร์เปิดการประชุมรัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 30 โรงแรมรอยัล คลิฟบ บีช รีสอร์ท ไร้ม็อบเสื้อแดงตามป่วน ...


เมื่อเวลา 07.30 น. วันนี้ (4 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ท เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ว่าในการเดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 30 ซึ่งรัฐสภาไทยเป็นเจ้าภาพ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เปลี่ยนแปลงการเดินทางจากเฮลิคอปเตอร์มาเป็นขบวนรถยนต์ โดยออกจากบ้านพักตั้งแต่เวลา 07.15 น.จนกระทั่งเข้าสู่เขตเมืองพัทยาตลอดสองข้างทางได้มีการปิดถนนตลอดเส้นทาง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) ยืนรักษาความปลอดภัยตลอดสองฝั่งเส้นทาง โดยเฉพาะช่วงถนนเทพประสิทธิ์ ทางเข้าโรมแรมทางขึ้นเขาพระตำหนัก มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอารักขาหนาแน่นเป็นพิเศษ แต่ไม่ปรากฏกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง และเสื้อดำมาดักประท้วงขบวนของนายกรัฐมนตรี ตามที่เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานไว้ก่อนหน้านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ขณะที่บริเวณโรงแรมรอยัลคลิฟ บีช ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนับพันนายวางกำลังกระจายตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณทางขึ้นเขาพระตำหนัก ที่เคยเกิดเหตุปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง และเจ้าหน้าที่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิดและสุนัขตำรวจ และติดตั้งเครื่องเทอร์โมแสกนตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ด้วย เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 รวมทั้งมีการนำเจลล้างมือวางไว้ตามจุดสำคัญ ๆ ขณะที่ไม่มีการแจกหน้ากากอนามัยให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุม

ด้าน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ซึ่งมาอำนวยการสั่งการด้วยตัวเองได้เดินทางมาตรวจความพร้อมบริเวณโดยรอบโรงแรมตั้งแต่ช่วงเช้า กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากได้วางมาตรการรักษาความปลอดภัยไว้อย่างเข้มงวด และได้ประสานกับแกนนำผู้ชุมนุมไม่ให้มาชุมนุมในบริเวณดังกล่าวแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภารกิจของนายกรัฐมนตรีหลังจากเป็นประธานร่วมเปิดการประชุมใหญ่รัฐสภาอาเซียนแล้ว จะเข้าร่วมหารือระหว่างหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศสมาชิกไอป้า ก่อนจะร่วมบันทึกเทปรายการมองรัฐสภา และเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยรถยนต์ในเวลาประมาณ 12.00 น.


ต่อมาเวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการตอกย้ำเป้าหมายร่วมกันในการสร้าง “ประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” โดยอยู่บนพื้นฐานของกฎระเบียบ และมีประสิทธิภาพในการเผชิญหน้ากับความท้าทายในทุกๆ เวลา และเป็นประชาคมที่ก่อร่างสร้างขึ้นโดยประชาชนอาเซียน และเพื่อประชาชนอาเซียน ไทยต้องการเห็นอาเซียนเป็นประชาคมแห่งการปฏิบัติได้อย่างเด็ดขาด และทันท่วงทีในการรับมือกับภัยคุกคาม และความท้าทาย ที่มีต่อความมั่นคงทั้งภายในและภายนอก และความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และเป็นประชาคมแห่งความเชื่อมโยงระหว่างกันรวมทั้งเป็นประชาคมของประชาชน โดยให้ประชาชนมีช่องทางเท่าเทียมกันในการเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาบุคคล การสนับสนุนสิทธิมนุษยชนและความเป็นอิสรภาพ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ตนมั่นใจว่าการร่วมมือภายใต้กรอบความร่วมมือ AIPA จะทำให้รัฐสภาของอาเซียนสามารถออกกฎหมาย ที่สอดคล้องประสานกันเป็นอย่างดี ร่วมทั้งเห็นพ้องกันในคอมมอน ลอว์ (common law) ที่จะช่วยให้ความตกลงทั้งหลายที่เรามีร่วมกัน และได้รับการลงนามโดยสมาชิกประเทศ นำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งรัฐสภาอาเซียน มีส่วนสำคัญในการก้าวต่อไปข้างหน้าของอาเซียน ในการทำให้กฎหมายสอดคล้องกันโดยเฉพาะการต่อสู้กับการลักลอบการค้ายาเสพติดในภูมิภาคนี้ รวมถึงความสำเร็จอย่างเดียวกันนี้สำหรับด้านอื่นๆ ในหลายสาขา

จากนั้นนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาไทย ในฐานะประธานรัฐสภาอาเซียน (ไอป้า) กล่าวต้อนรับว่า ประเทศอาเซียนกำลังเผชิญความท้าทายทั้งเศรษฐกิจ และปัญหาสังคม และประเด็นข้ามชาติ อาทิ การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ และปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์และบทบาทขององค์กรที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพปัญหา ทั้งนี้ตนได้วางแนวทาง ที่เป็นรูปธรรมระหว่างการประชุมไอป้า และการประชุมอาเซียน และถือเป็นครั้งแรกที่ตัวแทนประเทศไอป้า ได้มีโอกาสเข้าไปร่วมรับฟังการประชุมอาเซียนที่อำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ที่ผ่านมาด้วย ผลของการประชุมทำให้บรรทัดฐานระหว่างไอป้า และอาเซียนมีความชัดเจนขึ้นอีกระดับหนึ่ง ทำให้อาเซียนมีการหารือในเรื่องสิทธิมนุษยชน

นายชัย กล่าวอีกว่า การหารือครั้งนี้จะเน้นบทบาทของไอป้าในการสนับสนุนการทำงานของอาเซียน และไอป้ามีความกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบถึงความกินดีอยู่ดีของประชาชน จึงรวมตัวกันเร่งรัดการลงนามข้อตกลงต่างๆของอาเซียนให้บรรลุผล และพยายามลดช่องว่างระหว่างสมาชิกด้วยการช่วยเหลือทางด้านเทคโนโลยีระหว่างกันด้วย รวมทั้งไอป้ายังจะพิจารณาร่วมกันถึงการควบคุมยาเสพติด ทั้งการควบคุมเคมีภัณฑ์ สารตั้งต้นและการอายัดทรัพย์ หวังว่าจะประสบความสำเร็จด้านการออกกฎหมายให้สอดคล้องกันทั้งด้านยาเสพติดและการค้ามนุษย์

สำหรับการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 30 มีสมาชิกสมัชชารัฐสภาอาเซียน จำนวน 8 ชาติเข้าร่วม ได้แก่ ราชอาณาจักรกัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม และประเทศผู้สังเกตการณ์พิเศษ ได้แก่ พม่า และบรูไนดารุสซาลาม


ไทยรัฐออนไลน์