สาวโพไซดอน พลัดตกแมนชั่น ซอยอินทรามระ 45 ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ แต่เพื่อนได้ยินเสียงทะเลาะแฟนหนุ่ม เตรียมเรียกสอบ ...
เมื่อเวลา 09.10 น. วันนี้ (10 ส.ค.) พ.ต.ท.อรุณ อุ่นเมตตาอารี พงส.(สบ2) สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงสาวพลัดตกจากห้องพักลงมาเสียชีวิต เหตุเกิดที่ตึกกิตติภพแมนชั่น ชั้น 8 ห้อง 809 ซอยอินทรามระ 45 ผู้เสียชีวิตทราบชื่อ นางสาวประภาศิริ วิจารย์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 หมู่ 4 ต.จำปาขันธ์ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด สภาพศพสวมเสื้อยืด นุ่งกางเกงในเพียงตัวเดียว
พ.ต.ท.อรุณ อุ่นเมตตาอารี พงส.(สบ2) สน.สุทธิสาร เดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมแพทย์ ซึ่งสภาพศพนอนคว่ำหน้าเลือดไหลนองเต็มพื้น แพทย์ตรวจสอบพบขาด้านขวาหัก ไหล่ขวาหัก ข้อศอกซ้ายแตก และที่บั้นท้ายด้านหลังมีรอยฟกช้ำ นอกจากนี้ที่พื้นยังพบไฟแช็คตกอยู่ และยังมีรถเก๋ง ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์เทา ทะเบียน ฐค 546 กทม.ได้รับความเสียหาย บริเวณหลังคาด้านประตูหลังมีรอยบุบเล็กน้อย
จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้ตายทำงานเป็นโมเดลลิ่ง อยู่โพไซดอน สถานบันเทิงชื่อดังย่านรัชดาภิเษก โดยผู้ตายพักอาศัยอยู่ห้องเลขที่ 809 ชั้น 8 เจ้าหน้าที่จึงขึ้นไปตรวจสอบที่ห้องพัก ไม่พบร่องรอยการถูกรื้อค้น และร่องรอยการต่อสู้ โดยภายในห้องยังเปิดโทรทัศน์ทิ้งไว้ และพบเบียร์กระป๋อง เปิดดื่มไปแล้ว 2 กระป๋อง ไวน์สปายขวดสีแดง เปิดกินแล้ว 1 ขวด วางอยู่ที่พื้น เมื่อตรวจสอบ บริเวณระเบียงด้านหลังห้อง พบโทรศัพท์มือถือวางอยู่ที่พื้น สอบถาม เพื่อนข้างห้อง เปิดเผยว่า ผู้ตายกลับมาพักที่ห้องประมาณ 04.00 น. จากนั้นได้ยินเสียงผู้ตายกับแฟนหนุ่มมีปากเสียงทะเลาะกัน จนกระทั่งช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ แฟนหนุ่มของผู้ตายได้ออกไปทำงานตามปกติ ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น. มาทราบข่าวว่า มีคนตกลงจากชั้น 8 เสียชีวิต จึงทราบว่าเป็น น.ส.ประภาศิริ เพื่อนข้างห้อง
ด้าน พ.ต.ท.อรุณ กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะพลัดตกลงมาเอง ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้แต่อย่างใด สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะเกิดอาการเมา เนื่องจากเมื่อตรวจภายในห้องพบว่ามีการดื่มเบียร์ และคาดว่าจะเดินออกไปโทรศัพท์ด้านหลังห้อง ก่อนที่จะพลัดตกลงไป เนื่องจากที่กั้นระเบียงมีความสูงเพียงแค่บริเวณหน้าขาเท่านั้นเอง ส่วนจะมีสารเพสติดเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ จะต้องให้แพทย์ทางนิติเวชตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมกันนี้จะมีการเรียกนายกิตติศักดิ์ บ่อแก้ว อายุ 27 ปี แฟนหนุ่มของผู้ตายมาสอบปากคำอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป
ไทยรัฐออนไลน์