ศาลสั่งประหาร มือฆ่า5ศพ 'สมคิด พุ่มพวง'




ศาลอาญา พิพากษาประหารชีวิต "สมคิด พุ่มพวง" ฆาตกรต่อเนื่องเมืองไทย ฆ่าชิงทรัพย์ หญิงสาว 5 ศพ แต่ให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุก ตลอดชีวิต ...


ที่ศาลอาญาวันนี้ (21ส.ค.) ศาลอาญา มีคำพิพากษา ในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง นายสมคิด พุ่มพวง หรือ ชูชาติ ชาญชัย หรือชูชาติ กิ่งแก้ว หรือ วิชัย พรหมพันธ์ หรือ สุวัฒน์ ชาญณรงค์ อายุ 45 ปี ชาวนครศรีธรรมราช เป็นจำเลยฐานชิงทรัพย์ และฆ่าเจ้าทรัพย์ ซึ่งฟ้องไว้เมื่อปี 2548 โดยนายสมคิด ให้การปฏิเสธ แต่เนื่องจากจำเลยถูกฟ้องในคดีฆ่าลักษณะเดียวกันถึง 5 ศพ ทำให้ต้องมีการส่งตัวผู้ต้องขังไปสืบพยานหลายจังหวัด และต้องรอผลคดีต่างๆ ทำให้การสืบพยานยาวนาน

ศาลพิพากษาว่า คดีนี้โจทก์ฟ้อง และนำสืบว่า เมื่อระหว่างวันที่ 30-31 มี.ค. 2548 เวลากลางวันกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยได้ล่อลวง น.ส.วารุณี พิมพะบุตร อายุ 25 ปี พนักงานในสถานบันเทิง “แสงตะวัน” ซึ่ง น.ส.วารุณี ร้องเพลงอยู่ แล้วออกไปกับจำเลยข้างนอก จำเลยได้พาเข้าโรงแรมพลอยพาเลซ ห้อง 609 อ.เมือง มุกดาหาร แล้วชิงทรัพย์เอาเงินสด โทรศัพท์มือถือ กับเครื่องประดับมูลค่า 60,000 บาทไป แล้วกอดคอ น.ส.วารุณี กับอ่างน้ำจนขาดใจตาย ก่อนหลบหนีไป ตำรวจมาพบขณะนอนคว่ำหน้า และเก็บร่องรอยของคนร้ายไว้ คดีมีประเด็นต้องพิจารณาว่า จำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพยานบุคคล เคยพูดคุยกับจำเลย ซึ่งจำเลยได้พูดว่าให้หาหญิงบริการให้ พยานอีกปากเห็นผู้ตายถูกจำเลยชักชวนออกไป หลังต่อรองราคากัน และ มี น.ส.แอรีน (ขอสงวนนามสกุล) เป็นพนักงานต้อนรับของโรงแรม เห็นจำเลยลงมาทะเบียนเข้าพักกับผู้ตายพาผู้ตายเข้าพักในห้อง และมีพยานเห็นจำเลยพาผู้ตายเข้าห้องพัก

ศาลเห็นว่าจากพยานวัตถุเส้นผม เส้นขน ที่ตรวจยึด ตรงกับของจำเลย ประกอบกับจำเลยเคยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง ลงโทษประหารชีวิต ส่วนข้อหาลักทรัพย์ลงโทษจำคุก 3 ปี ในลงโทษสถานหนัก คือประหารชีวิต แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ คงรับโทษจำคุกตลอดชีวิต

สำหรับนายสมคิด จำเลยในคดีนี้ ยังถูกฟ้องที่ศาลจังหวัดลำปาง ฐานล่อลวง น.ส.ผ่องพันธ์ ทรัพย์ชัย ไปหลับนอน แล้วฆ่าชิงทรัพย์ กับศาลจังหวัดตรัง ฐานลวงน.ส.พัชรี อมนิรันด์ ไปหลับนอนก่อนฆ่า แล้วหลบหนี จากนั้นไปฆ่า น.ส.พรตะวัน ปังคะบุตร มาหลับนอนในโรงแรม ที่ จ.อุดรธานี คดีอยู่ระหว่างสืบพยาน จากนั้นไปฆ่านางสมปอง พิมพ์พรภิรมย์ หมอนวด ก่อนหลบหนีไปอยู่กับ นางประภาพร เพียรชัยภูมิ เมียคนใหม่ ของจำเลยเอง แม่่ม่ายลูก 4 ก่อนถูกจับได้ในที่สุด ที่จ.ชัยภูมิ ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องต่อศาลแล้วเช่นกัน


ไทยรัฐออนไลน์