
วันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 นี้คนไทยโชค ดีมีโอกาสลุ้นชม “สุริยุปราคา” กันอีกครั้งหลังจากที่ได้เห็นปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ ถูกดวงจันทร์บดบังกันไปแล้ว เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2552 ที่ผ่านมา แต่ในครั้งนี้เราจะได้เห็น “สุริยุปราคาบางส่วน” หากใครพลาดชมจะต้องรอกันไปอีกนาน
ศ.ดร.เดวิด รูฟโฟโล และ วัชราวุฒิ กฤตินธรรม อาจารย์วิจัยฟิสิกส์อวกาศและอนุภาคพลังงานสูง ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กรุงเทพฯ ให้ความรู้ว่า สุริยุปราคา คือ ปรากฏการณ์ที่ดวงจันทร์โคจรผ่านมาอยู่ระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ คือ ในวันแรม 14 ค่ำหรือ 15 ค่ำ ของเดือนจันทรคติ โดยมีเงื่อนไขว่า “เงามืด” (umbra) ของดวงจันทร์ที่พาดมาทางด้านตรงข้าม กับดวงอาทิตย์นั้นจะต้องยาวกว่าระยะทางจากผิวโลกถึงดวงจันทร์ทำให้เงามืดพาดทับลงมาบนผิวโลกพอดี
ผู้สังเกตที่อยู่ในบริเวณเงามืดพาดผ่านจะเห็นดวงจันทร์บดบังดวงอาทิตย์ได้ทั้งดวง เรียกเหตุการณ์นี้ว่า “สุริยุปราคาเต็มดวง” (Total solar eclipse) ส่วน “เงามัว” ที่อยู่ถัดออกมา จากเขตเงามืด ผู้สังเกตในบริเวณเงามัว จะเห็นดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์ได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เรียกว่า “สุริยุปราคาแบบบางส่วน” (partial solar eclipse) และเมื่อเงามืดสั้นกว่าระยะทางจากผิวโลกถึงดวงจันทร์ทำให้เกิด เงามัวด้านหลังเงามืด ผู้ที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวจะเห็น “อุปราคาแบบวงแหวน” (annular solar eclipse)
ในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2552 นี้เกิดปรากฏการณ์สุริยุปรา คาขึ้นอีกครั้งในรูปแบบสุริยุปรา คาบางส่วน โดยเริ่มต้นเมื่อ เงามืดของดวงจันทร์พาดแตะ ผิวโลกที่บริเวณอ่าวแห่งกัมบัท ประเทศอินเดีย ในเวลา 07.51 น. ของประเทศไทย แล้วเคลื่อนขึ้นบกเข้าสู่ประเทศอินเดีย ผ่าน เมืองสุรัท โบพัล พาราณสี ขึ้นเหนือเข้าสู่ประเทศภูฏาน เนปาล บังกลาเทศและสหภาพพม่า ก่อนจะเข้าสู่ประเทศจีนในเวลา 08.05 น. ของประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าวของประเทศไทยดวงอาทิตย์จะอยู่ทางทิศตะวันออกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย มุมเงยประมาณ 28 องศา ใกล้ขอบฟ้ามากทำให้เมฆและฝุ่น เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเฝ้า ชมสุริยุปราคาบางส่วนครั้งนี้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีอาคารสูงหรือฝุ่นจากการจราจร การพยากรณ์เมฆในวันที่ 22 กรกฎาคม คาดว่าจะมีอัตราของเมฆบนท้องฟ้าประมาณร้อยละ 60-70 ของท้องฟ้าเกือบทุกภาคของประเทศ
การดูสุริยุปราคาที่ปลอดภัย อาจารย์วัชราวุฒิ แนะนำว่า แม้ว่าแสงจากดวงอาทิตย์ยามเช้าจะไม่จัดจ้าเช่นช่วงกลางวันหรือบ่าย แต่การมองดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าโดยตรงถือว่าอันตรายต่อสายตามนุษย์มากการมองผ่านแผ่นฟิล์มที่ใช้แล้ว กระจกรมควันจนดำ หรือแม้แต่การมองผ่านกล้องสองตา หรือกล้องโทรทรรศน์ที่มีแผ่นกรองแสงติดตั้งก็ยังอันตรายเกินไปดังนั้นวิธีที่ปลอดภัยคือ มองการฉายภาพจากอุปกรณ์ทางทัศน ศาสตร์ลงบนฉากรับภาพหรืออีกวิธีหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ที่มีราคาสูง คือ “กล้องรูเข็ม” โดยการใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะเรียบเจาะรูขนาดเล็กแล้วนำไปรับแสงจากดวงอาทิตย์ แสงที่ลอดผ่าน “รูเข็ม” จะปรากฏบนฉากรับภาพด้านหลังที่อยู่ห่างออกไปประมาณหนึ่งเมตร
สุริยุปราคาครั้งต่อไป จะเป็นสุริยุปราคาวงแหวน ที่ สามารถเห็นได้ในทวีปแอฟริกากลาง มหาสมุทรอินเดีย อินเดียตอนใต้ ศรีลังกา สหภาพพม่าและประเทศจีน ในวันที่ 15 มกราคม 2553 แต่สำหรับประเทศไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเห็นเป็น “สุริยุปราคาบางส่วน” ในช่วงบ่ายของวันดังกล่าว
หลังจากเกิดสุริยุปราคาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 แล้วจะเกิด “จันทรุปราคา” (lunar eclipse) ตามมาซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดคู่กัน แต่จะเกิดหลังจากสุริยุปราคาอีกประมาณ 14-15 วัน โดยจะเกิดจันทรุปราคาในวันที่ 6 สิงหาคม 2552 ปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก เรียงกันเป็นแนวตรง แต่จันทรุปราคานั้นเป็นการที่เงาของโลกไปทับดวงจันทร์ มีการเรียงลำดับเป็น ดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์ ต้องรอให้ดวงจันทร์โคจรอ้อมไปอยู่ด้านหลังโลกในอีกครึ่งเดือนให้หลัง ผู้สังเกตในทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชียตะวันตก เอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางส่วนมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์นี้
สุริยุปราคาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยทั่วไปจะทำให้พื้นที่ที่เงากวาดผ่านมืดลงชั่วระยะเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นประจำแทบทุกปี แต่เปลี่ยนสถานที่ที่จะมองเห็นสุริยุปราคาไปเรื่อย ๆ บนผิวโลก บางครั้งสามารถเห็นได้ในมหาสมุทร ขั้วโลก ผืนทวีป ดังนั้นผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ โดยรวมไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างเด่นชัด อาจทำให้บริเวณที่เงาพาด ผ่านอุณหภูมิต่ำลงเพียงชั่วขณะไม่มีหลักฐานแสดงความเกี่ยวข้องกันระหว่างสุริยุปราคากับปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาอย่างเช่น แผ่นดินไหวหรือคลื่นยักษ์อย่างแน่ชัด ส่วนแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ที่มีต่อโลกนั้นทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงอันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน
ปัจจุบันปรากฏการณ์สุริยุปราคานี้สามารถนำมาใช้ในการเรียน การสอนแก่นักเรียนในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ได้ เช่น ใช้การบังดวงอาทิตย์ของดวงจันทร์ศึกษากฎการเคลื่อนที่และการโคจรในอวกาศ ความสัมพันธ์ของขนาดปรากฏของวัตถุกับระยะห่างจากผู้สังเกตที่ทำให้ดวงจันทร์ที่มีขนาดเล็กกว่าดวงอาทิตย์หลายเท่ากลับสามารถบดบังดวงอาทิตย์ทั้งดวงได้ ควรทำความเข้าใจหลักการและการใช้งานอุปกรณ์ทางทัศนศาสตร์ เช่น กล้องรูเข็ม, กล้องโทรทรรศน์ และกล้องสองตา
ส่วนด้านสาขาธรณีวิทยา ปรากฏการณ์แหวนเพชรที่เกิด จากแสงอาทิตย์ลอดผ่านหลุมอุกกาบาตหรือช่องเขาบนดวงจันทร์ ช่วยในการทำความเข้าใจลักษณะภูมิประเทศบนผิวดวงจันทร์ในพื้นที่เงามืดพาดผ่าน จะพบว่าแสงสว่างลดลงราวกับเป็นช่วงพลบค่ำ โดยวิชาชีววิทยาสามารถสังเกตการณ์พฤติกรรมของพืชและสัตว์ในช่วงเวลาดังกล่าวได้และในสาขาวิชาทางด้านสังคมศาสตร์ เช่น ประวัติศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศาสนศาสตร์ หรือจิตวิทยา นักเรียนค้นคว้าสุริยุปราคาในประวัติศาสตร์เพื่อศึกษามุมมองของมนุษย์ต่อปรากฏการณ์นี้ในแต่ละยุคสมัยและภูมิภาคได้
ดังนั้นเราจึงไม่ได้ชมสุริยุปราคากันเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินหรือมหัศจรรย์ใจเท่านั้น แต่ถือเป็นตัวอย่างส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมความรู้ความเข้าใจเชิงวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ตลอดจนสาขาวิชาอื่น ๆ ต่อปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและเชื่อมโยงความรู้ในตำรากับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง.
สถานที่จัดกิจกรรม สังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาในแต่ละภาค
สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคต่าง ๆ จัดกิจกรรม “สุริยุปราคาเหนือฟ้าเมืองไทย 22 กรกฎาคม 2552” เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปร่วมสังเกตปรากฏการณ์สุริยุปราคาในทุกภูมิภาคไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่ ภาคกลาง สดร.ตั้งกล้องที่โรงเรียนเทพศิรินทร์และศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาภาคเหนือ สามารถร่วมกิจกรรมได้ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย มหาวิทยาลัยนเรศวร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคใต้ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต สำหรับในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ จัดที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและท้องฟ้าจำลอง โดยจัดกิจกรรมแบบนิทรรศการ ให้ความรู้ วิธีการดูสุริยุปราคาอย่างปลอดภัย แจกแผ่นพับและแว่นดูสุริยุปราคาพร้อมทั้งร่วมดูผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น กล้องรูเข็ม ซึ่งครั้งนี้คนไทยจะได้ชมนานที่สุดในศตวรรษที่ 21 คือ 6 นาที 39 วินาที และจะเห็นชัดที่สุดในจังหวัดเชียงราย.
แหล่งข่าว เดลินิวส์ ออนไลน์