พาณิชย์ เซ็ง!สต็อกข้าวลมโผล่จังหวัดชายแดน




ศก.ไตรมาส2/52บวกครั้งแรก แบงก์ชาติโล่งเห็นโอกาสฟื้นตัว แม้ว่าภาคการท่องเที่ยว-เกษตรกร ยังติดลบอยู่ ชี้ครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับ รบ.จะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายต่อเนื่องหรือไม่ ...

วันนี้ (31ก.ค.) นายพิชิต ภัทรวิมลพร ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจในประเทศธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) กล่าวถึงเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2/2552 ว่า ตัวเลขเครื่องชี้เศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งการเทียบกับปีต่อปีที่เครื่องชี้แสดงการหดตัวน้อยลง และการเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ซึ่งการอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับตัวเป็นบวก ขณะที่ภาพรวมเดือนต่อเดือนปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดยภาวะเศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.ปรับตัวดีขึ้นกว่าเดือน พ.ค.ซึ่งเป็นเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ นายพิชิต กล่าวต่อว่า จากการประมาณการตามรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ปรับตัวติดลบน้อยลงอยู่ที่ -5.4% เมื่อเทียบระยะเดียวกันของปีก่อน ขณะที่หากเทียบไตรมาสต่อไตรมาส เศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ซึ่งเป็นการขยายตัวเป็นบวกครั้งแรก ตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา และหากไม่มีปัญหาทางเศรษฐกิจร้ายแรงหรือจุดเปลี่ยนผันทางการเมือง และมีแรงกระตุ้นต่อเนื่องให้เกิดการใช้จ่ายจากภาครัฐบาล เศรษฐกิจไทยครึ่งหลังน่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

"ตัวเลขในไตรมาส 2 แสดงทิศทางที่ดีขึ้นเกือบทั้งหมด ยกเว้นการท่องเที่ยว และรายได้ภาคเกษตรกรที่ยังติดลบต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2 รายได้เกษตรกรติดลบ 21.7% เมื่อเทียบกัยไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.9% ขณะที่การท่องเที่ยวไตรมาสที่ 2 ติดลบเพิ่มขึ้นอยู่ที่-16.9% จาก -15.8% ในไตรมาสแรก ขณะที่อัตราการเข้าพักลดลงเหลือ 41.7% จาก 63.4% ในไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากไข้หวัด 2009" นายพิชิต กล่าว

นายพิชิต กล่าวอีกว่า เครื่องชี้เศรษฐกิจที่ดีขึ้น ประกอบด้วย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมซึ่งอยู่ที่ -9.1% เมื่อเทียบปีต่อปี แต่หากเทียบไตรมาสที่ 2 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10.6% ขณะที่ดัชนีการอุปโภคบริโภคเอกชนไตรมาสที่ 2 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และอยู่ที่-4.2% เมื่อเทียบปีต่อปี สำหรับดัชนีการลงทุนภาคเอกชน แม้ว่ายังไม่ปรับตัวดีขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าไม่ได้ทรุดตัวลงอีก โดยขยายตัว 0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี นายพิชิต กล่าวเพิ่มว่า ส่วนหนึ่งการเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายภาคเอกชน เป็นเพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ในส่วนของการกระตุ้นการใช้จ่าย แต่ยอมรับว่า ในส่วนของงบลงทุนในส่วนของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 1 ยังไม่มีการเบิกจ่ายเท่าที่ควร โดยล่าสุดจากเงินงบกลางปี 116,700 ล้านบาทเบิกจ่ายไปแล้ว 54% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนนั้น ในระยะต่อไปหากพิจารณาจากการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของนักลงทุน เริ่มเห็นความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าเมื่อกำลังการผลิตยังเหลือมาก การลงทุนใหม่จึงยังไม่เห็นชัด อย่างไรก็ตาม การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังคงลดลงต่อเนื่อง โดยล่าสุดในเดือน มิ.ย.ขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง3.5% จาก 4.5% ในเดือนก่อนหน้า

สำหรับภาคต่างประเทศ นายพิชิต กล่าวด้วยว่า การส่งออกในเดือน มิ.ย.ขยายตัว-26.4% ขณะที่การนำเข้าเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยเริ่มเห็นความต้องการสั่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นของภาคเอกชนไทย ดดยเดือนมิ.ย.ขยายตัว-26.3% จากการขยายตัว -34.3% ในเดือนก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่า ความต้องการของภาคการผลิตที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดุลการค้าเดือน มิ.ย.เกินดุล 939 เหรียญสหรัฐฯ แต่ดุลบริการขาดดุล 500ล้านเหรียญฯ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลดลงเหลือ 477 ล้านเเหรียญฯเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามที่ ธปท.คาดหมาย เพราะหากเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจะปรับตัวเข้าสู่สมดุล


ไทยรัฐออนไลน์