
นั่งแท่นเป็นพิธีกรประจำรายการตอบปัญหาเรื่องเซ็กส์ หมออ้อย-จุฑารัตน์ อัตถากร ไม่หวั่นถูกมองช่ำชองจัดจ้าน เผยจับของลับผู้ชายมาตั้งแต่วัยขบเผาะ ยันสถานภาพ และอาชีพในขณะนี้เหมาะสมที่สุด พร้อมปฏิเสธเปล่าสนับสนุนให้วัยรุ่นมีเซ็กส์ก่อนวัยอันควร
หลังหันหลังให้งานแสดง หมออ้อยก็ไปจับงานพิธีกรตอบปัญหาเรื่องเซ็กส์ให้รายการหนึ่ง ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่หวั่นภาพลักษณ์เสีย ถูกมองเป็นหญิงจัดจ้านช่ำชองเรื่องเซ็กส์หรือ หมออ้อยเผยว่า
"อ้อยทำงานตรงนี้มันเสียตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงการแล้วล่ะ แต่อ้อยคิดว่ารายการที่ทำให้ความรู้กับสังคม เพราะเชื่อว่าดาราหลายคนที่ยังสาวๆ อยู่คงไม่กล้าตอบ แต่อ้อยด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และภาพลักษณ์ของอ้อยนอกจากจะเซ็กซี่ ก็อาจจะมีความรู้หรือเชี่ยวชาญทางด้านนี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่น่าเกลียด ถ้าเกิดอ้อยอายุยี่สิบกว่าๆ แล้วไม่ได้ทำอาชีพพยาบาลอาจจะตอบไปแล้วดูเหมือนว่าเราจัดจ้าน แต่อ้อยอยู่วงการแพทย์มานาน อยู่แผนกสูตินารีฯมาตั้งแต่จบใหม่ๆ ก็เลยทำให้เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย กลับเป็นเรื่องธรรมชาติ เพียงแต่ว่าคุณกล้าถามหรือเปล่า คุณกล้าถามก็กล้าตอบ"
"เรื่องเซ็กส์ไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับอ้อย เพราะอ้อยไปเรียนผ่าตัดคนไข้ผู้ชายตั้งแต่อายุ 12 พออายุ 15 เข้ามหาวิทยาลัยอ้อยก็ต้องจับของลับผู้ชาย เราเลยรู้สึกชินกับตรงนี้มานานแล้ว เราต้องทำมันเป็นหน้าที่ อ้อยไม่ได้คิดว่าอวัยวะเพศของผู้ชายเป็นเรื่องที่น่าเกลียด น่ากลัว คือมันเป็นธรรมชาติ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของผู้ชายที่มีหน้าที่สืบพันธุ์ ของผู้หญิงก็เหมือนกันมีหน้าที่สืบพันธุ์ เพียงแต่ว่าเราใช้สองอย่างนี้ให้มันถูกต้องแค่ไหน"
"ใครมองว่าอ้อยจัดจ้านเรื่องนี้ อ้อยว่าถ้าอ้อยไปเล่นหนัง เล่นบทเลิฟซีนเยอะๆ จะดูจัดจ้านมากกว่านะ แต่อันนี้เหมือนเป็นวิชาการ มีการตอบปัญหา ตอบคำถามเพื่อให้คนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น แต่ใครจะมองอะไรก็ห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ อ้อยคิดว่าทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสังคมแล้ว เพราะเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กับคนที่ไม่มีทางออก"
ถามต่อถึงกระแสที่อาจจะเป็นการชี้นำวัยรุ่นให้มีเซ็กส์กันมากขึ้น หมออ้อยตอบว่า "เดี๋ยวนี้มีโฆษณาซื้อถุง พกถุง แบบไม่ต้องปิดบัง เพราะมันเป็นการป้องกัน คือถ้าคนจะมีเซ็กส์มันห้ามกันไม่ได้ แต่ว่าเราสนับสนุนให้เด็กป้องกันการติดโรค การท้องก่อนกำหนดมากกว่า เพราะฉะนั้นเนี่ยการมีเซ็กซ์ก่อนหรือหลัง หรือควรหรือไม่ควรเนี่ย อ้อยว่าพ่อแม่เค้าจะเป็นคนดูแลตรงนี้อยู่แล้ว และสังคมก็จะช่วยอีกแรงหนึ่ง ฉะนั้นสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราทั้งหมด อยู่ที่พ่อแม่เค้าด้วย แล้วรายการอ้อยก็ค่อนข้างดึก ถ้าเด็กต่ำกว่า 18 คงไม่ดูแล้วล่ะ น่าจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่ดู"
หลังหันหลังให้งานแสดง หมออ้อยก็ไปจับงานพิธีกรตอบปัญหาเรื่องเซ็กส์ให้รายการหนึ่ง ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่หวั่นภาพลักษณ์เสีย ถูกมองเป็นหญิงจัดจ้านช่ำชองเรื่องเซ็กส์หรือ หมออ้อยเผยว่า
"อ้อยทำงานตรงนี้มันเสียตั้งแต่ก้าวเข้ามาในวงการแล้วล่ะ แต่อ้อยคิดว่ารายการที่ทำให้ความรู้กับสังคม เพราะเชื่อว่าดาราหลายคนที่ยังสาวๆ อยู่คงไม่กล้าตอบ แต่อ้อยด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ และภาพลักษณ์ของอ้อยนอกจากจะเซ็กซี่ ก็อาจจะมีความรู้หรือเชี่ยวชาญทางด้านนี้อยู่แล้ว ก็เลยไม่น่าเกลียด ถ้าเกิดอ้อยอายุยี่สิบกว่าๆ แล้วไม่ได้ทำอาชีพพยาบาลอาจจะตอบไปแล้วดูเหมือนว่าเราจัดจ้าน แต่อ้อยอยู่วงการแพทย์มานาน อยู่แผนกสูตินารีฯมาตั้งแต่จบใหม่ๆ ก็เลยทำให้เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย กลับเป็นเรื่องธรรมชาติ เพียงแต่ว่าคุณกล้าถามหรือเปล่า คุณกล้าถามก็กล้าตอบ"
"เรื่องเซ็กส์ไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับอ้อย เพราะอ้อยไปเรียนผ่าตัดคนไข้ผู้ชายตั้งแต่อายุ 12 พออายุ 15 เข้ามหาวิทยาลัยอ้อยก็ต้องจับของลับผู้ชาย เราเลยรู้สึกชินกับตรงนี้มานานแล้ว เราต้องทำมันเป็นหน้าที่ อ้อยไม่ได้คิดว่าอวัยวะเพศของผู้ชายเป็นเรื่องที่น่าเกลียด น่ากลัว คือมันเป็นธรรมชาติ เป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของผู้ชายที่มีหน้าที่สืบพันธุ์ ของผู้หญิงก็เหมือนกันมีหน้าที่สืบพันธุ์ เพียงแต่ว่าเราใช้สองอย่างนี้ให้มันถูกต้องแค่ไหน"
"ใครมองว่าอ้อยจัดจ้านเรื่องนี้ อ้อยว่าถ้าอ้อยไปเล่นหนัง เล่นบทเลิฟซีนเยอะๆ จะดูจัดจ้านมากกว่านะ แต่อันนี้เหมือนเป็นวิชาการ มีการตอบปัญหา ตอบคำถามเพื่อให้คนมีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น แต่ใครจะมองอะไรก็ห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้ อ้อยคิดว่าทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับสังคมแล้ว เพราะเป็นการช่วยแก้ปัญหาให้กับคนที่ไม่มีทางออก"
ถามต่อถึงกระแสที่อาจจะเป็นการชี้นำวัยรุ่นให้มีเซ็กส์กันมากขึ้น หมออ้อยตอบว่า "เดี๋ยวนี้มีโฆษณาซื้อถุง พกถุง แบบไม่ต้องปิดบัง เพราะมันเป็นการป้องกัน คือถ้าคนจะมีเซ็กส์มันห้ามกันไม่ได้ แต่ว่าเราสนับสนุนให้เด็กป้องกันการติดโรค การท้องก่อนกำหนดมากกว่า เพราะฉะนั้นเนี่ยการมีเซ็กซ์ก่อนหรือหลัง หรือควรหรือไม่ควรเนี่ย อ้อยว่าพ่อแม่เค้าจะเป็นคนดูแลตรงนี้อยู่แล้ว และสังคมก็จะช่วยอีกแรงหนึ่ง ฉะนั้นสิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่เราทั้งหมด อยู่ที่พ่อแม่เค้าด้วย แล้วรายการอ้อยก็ค่อนข้างดึก ถ้าเด็กต่ำกว่า 18 คงไม่ดูแล้วล่ะ น่าจะเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่ดู"